ลูกไม่ยอมทำการบ้าน? พ่อแม่ควรช่วยแค่ไหน?
พ่อแม่ไม่ใช่คนทำการบ้าน แต่เป็นคนจัดสภาพแวดล้อมให้ Nationwide Children's Hospital ในสหรัฐฯ แนะนำให้กำหนดเวลาทำการบ้านเดิมและที่ทำประจำทุกวัน ลดสิ่งรบกวนอย่างทีวีและโทรศัพท์ แบ่งงานใหญ่เป็นส่วนๆ และช่วยกันหาวิธีถามครูเมื่อลูกติดขัด
พ่อแม่ควรช่วยทำการบ้านแค่ไหน?
Nationwide Children's Hospital ในสหรัฐฯ แนะนำให้พ่อแม่ ไม่ทำการบ้านแทนลูก แต่ช่วยกันหา วิธีขอความช่วยเหลือ เมื่อติดขัด (เช่น เขียนโน้ตถึงครู) และระบุว่าควรมี ผู้ใหญ่อยู่ใกล้ๆ เพื่อตอบคำถามและดูความคืบหน้า
แม้จะเห็นข้อผิดพลาด ก็แนะนำให้พูดด้วย น้ำเสียงเป็นกลางหรือให้กำลังใจ และให้ลูกได้เรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง
กิจวัตรการบ้าน: 5 สิ่งที่พ่อแม่ทำได้

- เวลาเดิมทุกวัน: Nationwide Children's Hospital แนะนำให้กำหนดเวลาทำการบ้านและทำตามนั้น
- ที่ทำประจำ: โรงพยาบาลเดียวกันแนะนำโต๊ะในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ และสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (AAP) อธิบายว่า ที่ทำการบ้านประจำ ทำให้การบ้านง่ายและสนุกขึ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นโต๊ะเรียน ตะกร้าใส่อุปกรณ์กับมุมหนึ่งของโต๊ะกินข้าวก็เพียงพอ
- ปิดสิ่งรบกวน: แนะนำให้ ลดทุกอย่างที่ดึงความสนใจ เช่น ทีวี สายโทรศัพท์ ข้อความ และเพลงเสียงดัง
- แบ่งงานใหญ่ และวางแผนพักด้วย: แนะนำให้ แบ่งงานใหญ่เป็นส่วนเล็กๆ และ ใส่ช่วงพัก ไว้ในกิจวัตรการบ้าน
- ชมความพยายาม: แนะนำให้ ชมความพยายามอย่างเจาะจง เช่น “ลูกตั้งใจทำการบ้านคณิตจนเสร็จเลย”
ลูกผัดการบ้าน? แบ่งงานและให้เห็นจุดจบ
ในเคล็ดลับประจำวันสำหรับพ่อแม่ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำให้ แบ่งงานที่ซับซ้อนเป็นขั้นตอนที่ง่ายและสั้นลง Nationwide Children's Hospital ก็แนะนำให้ใส่ช่วงพักในกิจวัตรการบ้าน การแบ่งให้เห็นจุดเริ่มและจุดจบ เช่น “ทำการบ้าน 30 นาทีแล้วพัก” ช่วยให้งานดูไม่หนักเกินไป

คำถามที่พบบ่อย
ช่วยลูกทำการบ้านทีไรโมโหทุกที ควรทำอย่างไร?
Nationwide Children's Hospital แนะนำให้พูดด้วยน้ำเสียงเป็นกลางหรือให้กำลังใจแม้จะเห็นข้อผิดพลาด และให้ลูกเรียนรู้จากมัน แทนที่จะบอกคำตอบ ให้ลูกลองดูอีกครั้ง หรือช่วยกันหาวิธีถามครู
ทำการบ้านทันทีหลังเลิกเรียนดีที่สุดไหม?
สิ่งที่องค์กรต่างๆ เน้นไม่ใช่เวลาที่แน่นอน แต่คือ “เวลาเดิมทุกวัน” เลือกเวลาที่เหมาะกับลูกแล้วทำอย่างสม่ำเสมอ
ทำการบ้านแทนลูกได้ไหม?
Nationwide Children's Hospital แนะนำให้ไม่ทำแทน แต่ช่วยกันหาวิธีขอความช่วยเหลือเมื่อติดขัด
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้ให้ข้อมูลการเลี้ยงลูกทั่วไปจากเอกสารขององค์กรทางการ และไม่ได้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษา หากกังวลเรื่องสุขภาพหรือพัฒนาการของลูก โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น กุมารแพทย์หรือทันตแพทย์สำหรับเด็ก